ปัญญาประดิษฐ์ บนอุปกรณ์ (On-device AI)ได้กลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดที่กำหนดรูปแบบของสมาร์ทโฟนยุคใหม่ แทนที่จะพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์คลาวด์เพียงอย่างเดียว ปัญญาประดิษฐ์บนอุปกรณ์ช่วยให้ปัญญาประดิษฐ์ทำงานได้โดยตรงบนสมาร์ทโฟนเองการเปลี่ยนแปลงนี้กำลังพลิกโฉมวิธีการทำงานของโทรศัพท์วิธีที่ผู้ใช้ได้สัมผัสกับคุณสมบัติของปัญญาประดิษฐ์และวิธีการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
AI ในตัวเครื่อง” คือเทรนด์ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าสมาร์ทโฟนในปี 2026 อย่างแท้จริงจากเดิมที่มือถือต้องส่งข้อมูลไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ (Cloud) แล้วค่อยส่งผลลัพธ์กลับมา แต่ On-device AI จะจัดการทุกอย่างจบในชิปของมือถือคุณเอง
AI บนอุปกรณ์ หมายถึงการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นในตัวเครื่องเช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์สวมใส่ งานต่างๆ เช่น การจดจำภาพ การประมวลผลเสียง การแปลภาษา และการแนะนำแบบคาดเดา จะถูกจัดการโดยฮาร์ดแวร์ของโทรศัพท์เอง ซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้ส่วนประกอบเฉพาะทาง เช่นชิป AI, NPU (หน่วยประมวลผลประสาทเทียม) หรือโปรเซสเซอร์มือถือขั้นสูง
แตกต่างจาก AI บนระบบคลาวด์ AI บนอุปกรณ์ไม่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ทำให้เร็วขึ้น มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และเชื่อถือได้มากกว่า
สมาร์ทโฟนในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือสื่อสารอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในตัวเครื่องมีบทบาทสำคัญในการทำให้โทรศัพท์ฉลาดขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังคงประสิทธิภาพและความปลอดภัยไว้ได้
ประโยชน์หลักๆ ได้แก่:
ประสิทธิภาพที่เร็วขึ้น – งาน AI จะได้รับการประมวลผลทันทีโดยไม่ต้องส่งข้อมูลไปยังคลาวด์
ความเป็นส่วนตัวที่ดียิ่งขึ้น – ข้อมูลส่วนบุคคลจะยังคงอยู่ในอุปกรณ์
ฟังก์ชันการทำงานแบบออฟไลน์ – คุณสมบัติ AI สามารถใช้งานได้แม้ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ความหน่วงต่ำ – การตอบสนองแบบเรียลไทม์สำหรับเสียง กล้อง และคุณสมบัติของระบบ
การประยุกต์ใช้ AI บนอุปกรณ์หลักๆ ในสมาร์ทโฟน
1. ระบบกล้องที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หนึ่งในตัวอย่างการใช้งาน AI ในอุปกรณ์ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน AI จะวิเคราะห์ฉาก แสง ใบหน้า และวัตถุแบบเรียลไทม์เพื่อปรับการตั้งค่ากล้องโดยอัตโนมัติ ฟีเจอร์ต่างๆ เช่นโหมดกลางคืน การเบลอภาพบุคคล การปรับปรุงภาพ HDR และการจดจำวัตถุ ล้วนอาศัย AI ในอุปกรณ์เป็นอย่างมาก
2. ผู้ช่วยเสียงและการจดจำเสียงพูด
ผู้ช่วยเสียงสมัยใหม่ใช้ AI ในตัวอุปกรณ์เพื่อประมวลผลคำปลุก คำสั่ง และรูปแบบการพูด ส่งผลให้ตอบสนองได้เร็วขึ้นและมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เนื่องจากไม่จำเป็นต้องอัปโหลดข้อมูลเสียงที่ละเอียดอ่อนไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก
3. การจัดการแบตเตอรี่และประสิทธิภาพอย่างชาญฉลาด
ระบบ AI ในตัวเครื่องเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอรี่ โดยจะคาดการณ์ว่าแอปพลิเคชันใดถูกใช้งานบ่อยที่สุด จำกัดกระบวนการทำงานเบื้องหลัง และปรับประสิทธิภาพการทำงานแบบไดนามิก ช่วยให้สมาร์ทโฟนใช้งานได้นานขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
4. การแปลภาษาแบบเรียลไทม์
สมาร์ทโฟนหลายรุ่นในปัจจุบันมีฟีเจอร์แปลภาษาแบบออฟไลน์โดยใช้ AI ในตัวเครื่อง ผู้ใช้สามารถแปลข้อความ เสียง หรือรูปภาพได้ทันทีขณะเดินทาง แม้ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ตาม
5. ระบบรักษาความปลอดภัยและการจดจำใบหน้า
คุณสมบัติไบโอเมตริก เช่นการปลดล็อกด้วยใบหน้าและการจดจำลายนิ้วมืออาศัยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอุปกรณ์เพื่อวิเคราะห์รูปแบบเฉพาะอย่างปลอดภัย เนื่องจากข้อมูลไบโอเมตริกจะถูกจัดเก็บไว้ในเครื่อง จึงช่วยลดความเสี่ยงของการรั่วไหลของข้อมูลได้อย่างมาก
ฮาร์ดแวร์เบื้องหลัง AI บนอุปกรณ์
เพื่อรองรับงาน AI ขั้นสูง ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจึงได้ผสานรวมฮาร์ดแวร์ AI เฉพาะทางเข้ากับอุปกรณ์ของตน ซึ่งได้แก่:
หน่วยประมวลผลประสาท (NPU)สำหรับการเร่งความเร็ว AI
ซีพียูและจีพียูที่เพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI
ชิป AI แบบกำหนดเองที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านการเรียนรู้ของเครื่อง
ส่วนประกอบเหล่านี้ช่วยให้สมาร์ทโฟนสามารถประมวลผลโมเดล AI ที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่สิ้นเปลืองแบตเตอรี่
สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้แนวทางแบบไฮบริดโดยผสมผสาน AI ในตัวเครื่องสำหรับงานแบบเรียลไทม์ และ AI บนคลาวด์สำหรับการคำนวณที่ซับซ้อนกว่า
อนาคตของ AI บนอุปกรณ์ในสมาร์ทโฟน
เนื่องจากฮาร์ดแวร์มือถือมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) บนอุปกรณ์จึงจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สมาร์ทโฟนในอนาคตคาดว่าจะรองรับคุณสมบัติ AI แบบสร้างสรรค์เช่น การสร้างข้อความ การสร้างภาพ และผู้ช่วยส่วนตัวขั้นสูงบนอุปกรณ์ โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบคลาวด์
ด้วยความก้าวหน้าของชิป AI และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน AI บนอุปกรณ์จะขับเคลื่อนประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และเป็นส่วนตัวมากขึ้น
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) บนตัวเครื่องเป็นเทคโนโลยีพลิกโฉมที่กำหนดนิยามใหม่ของสมาร์ทโฟนยุคใหม่ ด้วยการมอบประสิทธิภาพที่เร็วขึ้น ความเป็นส่วนตัวที่แข็งแกร่งขึ้น และฟีเจอร์อัจฉริยะโดยตรงบนตัวเครื่อง ทำให้มันเปลี่ยนวิธีการใช้งานโทรศัพท์ของผู้ใช้ในทุกๆ วัน ขณะที่ AI พัฒนาอย่างต่อเนื่อง การประมวลผลบนตัวเครื่องจะยังคงเป็นหัวใจสำคัญของนวัตกรรมสมาร์ทโฟนยุคใหม่ต่อไป
